Wednesday, September 08, 2010

BRAIN สมอง - สมอง BRAIN



BRAIN สมอง - สมอง BRAIN
AUGUST 13, 2010

มองมีหน้าที่ควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว, พฤติกรรม และรักษาสมดุลภายในร่างกาย (homeostasis) เช่น การเต้นของหัวใจ, ความดันโลหิต, สมดุลของเหลวในร่างกาย และอุณหภูมิ เป็นต้น หน้าที่ของสมองยังมีเกี่ยวข้องกับการรับรู้ (cognition) อารมณ์ ความจำ การเรียนรู้การเคลื่อนไหว (motor learning) และความสามารถอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนรู้
สมองประกอบด้วยเซลล์สองชนิด คือ นิวรอน และเกลีย เกลียมีหน้าที่ในการดูแลและปกป้องนิวรอน นิวรอนหรือเซลล์ประสาทเป็นเซลล์หลักที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลในรูปแบบของสัญญาณไฟฟ้าที่เรียกว่า แอกชั่น โพเทนเชียล การติดต่อระหว่างนิวรอนนั้นเกิดขึ้นได้โดยการหลั่งของสารเคมีชนิดต่าง ๆ ที่รวมเรียกว่า สารสื่อประสาท (neurotransmitter) ข้ามบริเวณระหว่างนิวรอนสองตัวที่เรียกว่า ซีแนปส์ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น แมลงต่าง ๆ ก็มีนิวรอนอยู่นับล้านในสมอง สัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดใหญ่มักจะมีนิวรอนมากกว่าหนึ่งร้อยล้านตัวในสมอง สมองของมนุษย์นั้นมีความพิเศษกว่าสัตว์ตรงที่ว่ามีความซับซ้อนและใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมนุษย์

จากผลการวิจัยระบุว่า มนุษย์เราใช้พื้นที่สมองเพียงแค่ 5% - 10% คนส่วนใหญ่จะใช้สมองซีกซ้ายมากกว่าสมองซีกขวา ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การเรียน การทำงาน ซึ่งยังมีพื้นที่สมองอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้งาน หรือใช้งานน้อยมาก ดังนั้นประเทศญี่ปุ่นจึงได้ศึกษา ค้นคว้า และวิจัย วิธีการดึงสมองส่วนนั้นมาใช้งาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ในด้านต่างๆ ให้มากขึ้น
จากการเปรียบเทียบหน้าที่ของสมองทั้งสองซีกจะเห็นว่า สมองซีกขวากับสมองซีกซ้ายทำหน้าที่แตกต่างกัน และมีลักษณะเด่นไม่เหมือนกัน เช่น เวลาเราอ่านหนังสือ สมองซีกซ้ายจะรับข้อมูลที่อ่านได้น้อย และช้า แต่มีข้อดีตรงที่รับอย่างเป็นขั้นตอน ในทางกลับกัน สมองซีกขวามีความสามารถในการรับข้อมูลได้ที่ละมากๆ และเร็ว แต่ไม่เป็นขั้นตอน ซึ่งหากเราดึงเอาจุดเด่นของสมองซีกขวาี มาใช้ร่วมกับซีกซ้ายในการอ่านหนังสือ จะทำให้เพิ่มศักยภาพในการอ่านหนังสือให้เร็ว และเข้าใจได้มากขึ้น

ถึงตอนนี้คงอยากฝึกสมองกันใช่มั๊ยครับ นี่คือ 9 เทคนิคฝึกสมองของคุณ วนิษา เรซ
นอกจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว การดูแลสมองให้แข็งแรงก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ เพราะสมองเป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เทคนิกง่ายๆ ในการบริหารสมองก็คือ...

1. จิบน้ำบ่อยๆ - เพราะสมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ดังนั้นถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว ทำให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก ก็ควรดื่มน้ำบ่อยๆ

2. กินไขมันดี - สมองคือก้อนไขมัน จึงจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีจำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรส เป็นต้น

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที - หลังจากตื่นนอน ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้าวันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ช่วยในการผ่อนคลาย ทำให้สมองมี Mental Imagery คือสามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าไม่สะดวกนั่งสมาธิตอนเช้า จะทำก่อนนอนก็ได้

4. ใส่ความตั้งใจ - การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิด ทั้งสองอย่างจึงเสมือนเป็นสิ่งเดียวกัน

5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ - ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ สารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุขจะหลั่งออกมา เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่น

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน – สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานใหม่ๆ ของเขา เป็นต้น การเรียนรู้สิ่งใหม่นี้ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟินและโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และมีความคิดสร้างสรรค์

7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน - การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง เป็นการเปลืองพลังงานสมอง ในขณะที่การให้อภัยตัวเองจะเป็นการลดภาระของสมอง

8. เขียนบันทึก – ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่นขอบคุณที่มีครอบครัวดี ขอบคุณที่มีสุขภาพดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เมื่อเขียนเรื่องดีๆ สมองจะคิดเชิงบวกพร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ทำให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย และมีความคิดสร้างสรรค์

9.ฝึกหายใจลึกๆ - สมองใช้ออกชิเจนประมาณ 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ดังนั้นควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายบ้างเพื่อให้ปอดขยาย ใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 %

ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี เชื่อแน่ว่าคุณภาพชีวิตก็จะดีตาม

..วิธีเคลียร์สมอง..
หลังจากใช้สมองจนบางครั้งล้าก็มา relax กันหน่อย
บ่อยครั้งที่พอสมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก หรืออารมณ์ไม่ดี เรามักจะเป็นประเภทรำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง คือเฟ้นหาสาเหตุจากปัจจัยภายนอก ก่อนที่จะตั้งคำถามเช็กสมรรถภาพกับตัวเอง แล้วความจริงก็ชอบแสดง ให้เห็นว่า หลายปัญหาคาใจ แท้จริงแล้วมีคำตอบอยู่ข้างหน้านั่นเอง

ลองใช้ 8 วิธีดังต่อไปนี้..
เพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงานสมอง : เขียนเลข 8 ในอากาศ ด้วยมือทั้งสองข้างๆ ละ 5 ครั้ง โดยเริ่มจากด้านซ้ายของเลขก่อน แล้วเขียนวนไปให้เป็นเลข 8 วิธีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการอ่าน การทำความเข้าใจ ดีขึ้น และทำให้สมองด้านซ้ายและด้านขวาประสานงานกัน

หล่อเลี้ยงสมองด้วยน้ำเปล่า : วางขวดน้ำไว้ใกล้ๆ โต๊ะของคุณเป็นประจำ และคอยจิบทีละน้อย วิธีนี้จะช่วยให้จิตใจและร่างกายของคุณ ตื่นตัวตลอดเวลา สมองเปิดว่าง สามารถรับสารหรือข้อมูลได้ดี เพราะน้ำจะช่วยปรับสารเคมีที่สำคัญในสมองและระบบประสาท ถ้าเวลาที่รู้สึกเครียด จึงควรจิบน้ำเพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพื่อไปหล่อเลี้ยงระบบของร่างกาย

นวดใบหูกระตุ้นความเข้าใจ : นั่งพักสบายๆ แตะปลายนิ้วทั้ง สองข้างที่ใบหู เคลื่อนนิ้วไปยังส่วนบนของหู จากนั้นบีบนวดและคลี่รอยพับ ของใบหูทั้งสองข้างออก ค่อยๆ เคลื่อนนิ้วลงมานวดบริเวณอื่นๆ ของใบหู ดึงเบาๆ เมื่อถึงติ่งหู ดึงลง ให้ทำซ้ำกัน 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการได้ยิน และทำให้ความเข้าใจดีขึ้น เพราะเป็นการคลายเส้นประสาทบริเวณใบหูที่เชื่อมสมอง

บริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ : ใช้มือซ้ายจับไหล่ขวา บีบกล้ามเนื้อให้แน่นพร้อมหายใจเข้า จากนั้นหายใจออกและหันไปทางซ้ายจนสามารถ มองไหล่ซ้ายของตัวเอง จากนั้นสูดลมหายใจลึกๆ วางแขนซ้ายลงบนไหล่ขวา พร้อมกับห่อไหล่ ค่อยๆ หันศีรษะกลับไปตรงกลางและเลยไปด้านขวา จนกระทั่ง สามารถมองข้ามไหล่ของคุณได้ ยืดไหล่ทั้งสองข้างออก ก้มคางลงจรดหน้าอกพร้อมกับสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อของคุณได้ผ่อนคลาย เปลี่ยนมาใช้มือขวาจับไหล่ซ้ายบ้าง และทำซ้ำกันข้างละ 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อตรงส่วนลำคอและไหล่ การได้ยิน, การฟัง และช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการนั่งโต๊ะทำงานเป็นเวลานาน อีกด้วย

นวดจุดเชื่อมสมอง : วางมือข้างหนึ่งไว้บนสะดือ มืออีกข้างหนึ่งใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้วางบนกระดูกหน้าอกบริเวณใต้ กระดูกไหปลาร้า และค่อยๆ นวดทั้งสองตำแหน่งประมาณ 10 นาที วิธีนี้จะช่วยลดความงงหรือสับสน กระตุ้นพลังงาน และช่วยให้มีความคิดแจ่มใส

บริหารขา : ยืนตรงให้เท้าชิดกัน ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง โดยยกส้นเท้าขึ้น งอเข่าขวาเล็กน้อยแล้วโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ก้นของคุณจะอยู่ในแนวเดียวกับ ส้นเท้าขวา สูดลมหายใจเข้าและผ่อนออก ในขณะที่ปล่อยลมหายใจออกนี้ ค่อยๆ กดส้นเท้าซ้ายให้วางลงบนพื้นพร้อมกับงอเข่าขวาเพิ่มขึ้น หลังเหยียดตรง สูดลมหายใจเข้าแล้ว กลับไปตั้งต้นใหม่อีกครั้ง เปลี่ยนจากขาข้างซ้ายเป็นข้างขวา ทำแบบเดียวกันทั้งหมด 3 ครั้ง การบริหารท่านี้เหมาะสำหรับปรับปรุงสมาธิ รวมทั้งช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่านหนังสือ และยังช่วยให้กล้ามเนื้อต้นขา และกล้ามเนื้อน่องผ่อนคลายอีกด้วย

กดจุดคลายเครียด : ใช้นิ้ว 2 นิ้ว กดลงบนหน้าผากทั้งสองด้าน ประมาณ กึ่งกลางระหว่างขนคิ้ว และตีนผม กดค้างไว้ประมาณ 3-10 นาที วิธีนี้จะช่วยคลายความตึงเครียดและเพิ่มการหมุนเวียนโลหิตเข้าสู่สมอง

บริหารสมองด้วยการเขียน : เขียนเส้นขยุกขยิกด้วยมือทั้งสองข้าง พร้อมๆ กัน ลายเส้นที่เขียนอาจจะดูเพี้ยนๆ แต่ได้ผลดีต่อระบบสมองเป็นอย่างดีทีเดียว วิธีนี้จะช่วยให้เกิดการปรับปรุงการประสานงานของสมอง ด้วยการทำให้สมองทั้งสองซีกทำงานพร้อมกัน และเพิ่มความชำนาญด้านการสะกดคำ คำนวณดี และรวดเร็วขึ้นอีกด้วย
เป็นไปได้จริง ที่เส้นผมสามารถบังภูเขาทั้งลูกได้ ถ้าสายตาไม่มีสติกำกับ ดังนั้น ประตูบานแรกที่จะทอดนำไปสู่การหลุดพ้นแห่งความทุกข์ ปัญหาคือสภาพจิตใจที่สมบูรณ์จากภายใน จำง่ายๆ ว่า เมื่อใดสติเกิด สมองก็บรรเจิด และแน่นอนว่าผลของงานก็จะเริดขึ้นทันใด

ต่อไปจะเป็นเกมส์ทายการทำงานของสมองคุณว่าคุณเป็นคนใช้สมองแบบไหน..
คุณเห็นภาพนี้หมุนทวนเข็ม หรือ ตามเข็มนาฬิกา




คนเห็นตามเข็มแสดงว่า ใช้สมองซีกขวามากกว่าซีกซ้าย ในทางกลับกัน หากเราเห็นทวนเข็มแสดงว่าเราใช้สมองซีกซ้ายมากกว่าซีกขวา ?
สำหรับคนที่ใช้สมองซีกซ้ายมากกว่า ... คุณมีแนวโน้มที่จะ ...
-ตัดสินใจโดยใช้เหตุผล
-สนใจรายละเอียด
-อยู่บนพื้นฐานของความจริงมากกว่าการคาดการณ์
-มีความสามารถในการเลือกใช้ศัพท์และมีความสามารถทางภาษาศาสตร์
-สนใจในอดีตมากกว่าอนาคต
-มีความสามารถทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
-มีความสามารถในการทำความเข้าใจเรื่องที่มีความซับซ้อนได้เร็ว
-รอบรู้
-ยอมรับผู้คนหรือเรื่องราวใหม่ๆได้ง่าย
-มีระเบียบวินัย
-จดจำชื่อต่างๆได้ดี
-อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง
-วางกลยุทธ์ต่างๆได้ดี
-เน้นผลในทางปฎิบัติ
-ปลอดภัยไว้ก่อน

สำหรับคนใช้สมองซีกขวามากกว่า ... คุณมีแนวโน้มที่จะ
-ให้ความสำคัญกับอารมณ์และความรู้สึก
-ตัดสินใจจากภาพรวมมากกว่ารายละเอียด
-มีจินตนาการสูง
-มีความสามารถในทางตรรกศาสตร์
-สนใจอนาคตมากกว่าอดีต
-สนใจในทางปรัชญาและศาสนา
-เข้าใจประเด็นที่คนอื่นต้องการสื่อสารได้ดี
-ลึกซึ้งต่อเรื่องต่างๆ
-เป็นที่นิยมชมชอบ
-โยงประเด็นและความเกี่ยวเนื่องของเรื่องราวต่างได้ดี
-ชอบฝันเฟื่อง
-ประเมินผลกระทบสำหรับทางเลือกต่างๆได้อย่างรวดเร็ว
-คึกคะนอง ... หรือในบางกรณีมุทะลุ
-เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน

***********************************************************
ผมก็ตามเข็มครับ แต่ถ้าได้คำตอบของตัวเองแล้ว
ลองทำใจสบายๆแล้วมองใหม่ดูผมเคยทำได้ทั้งตามและทวนเข็มเลยครับ แต่ส่วนใหญ่จะตามเข็ม
ผมว่าถ้าเราตอนเรามีสมาธีดีจิตนิ่งๆมันก็แว้บมาเหมือนเราสั่งให้มันไปในทางที่เราต้องการได้
เพราะผมไม่อยากได้เป็นสุดโต่งมั้งเลยพยายามมองให้ได้ทั้งสองแบบ :)

เสร็จแล้วลองทำ Quiz นี้ตามดูอีกนิดง่ายๆครับ แล้วจะได้เจอตัวเองชัดเจนขึ้นเลย ^_^

No comments:

การทำ Repair Permission บน Mac OS X El Capitan ด้วย Command Line

เนื่องด้วยว่า Finder บน Mac ทำงานดูช้าๆ และที่แปลกคือรูป Icon กุญแจใน System Preferences หายไป และพอเข้าไปใช้ Disk Utility ในแฟ้ม Applicatio...